เสาเฉลียงยักษ์

 02

02 text head

            เสาเฉลียงยักษ์ถือเป็นอีกแหล่งเรียนรู้ที่มีความโดดเด่นทางธรณีวิทยาในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ เนื่องจากเป็นแหล่งธรณีวิทยาที่มีความโดดเด่นและสำคัญหลายด้าน เสาเฉลียงยักษ์จัดอยู่ในแหล่งธรณีสัณฐานประเภทภูมิประเทศแปลกตาอยูในกลุ่มเดียวกันกับน้ำตก ถ้ำ ภูเขา แก่ง ถ้าเราสังเกตให้ดีจะพบว่าสภาพทั่วไปโดยรอบบริเวณเสาเฉลียงมักจะมีแหล่งธรรมชาติทางธรณีวิทยาประเภทโครงสร้างอยู่ด้วย นั่นคือ “ลานหินแตก” ซึ่งเรามักจะสังเกตได้ในบริเวณใกล้เคียงที่มีเสาเฉลียงเกือบทุกๆ ที่ดังจะสังเกตได้ชัดเจนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม บริเวณใกล้ๆ กับกลุ่มเสาเฉลียงด้านบนจะปรากฏลานหินแตกไว้ให้ผู้สนใจได้ศึกษาความสัมพันธ์ของธรณีวิทยาทั้ง 2 ประเภทได้เป็นอย่างดี  "เสาเฉลียงยักษ์นี้ ได้รับการยอมรับว่าเป็นเสาเฉลียงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  โดยวัดขนาดของความสูงได้ที่  20 เมตร  มีขนาดความกว้าง 10 เมตร" 

02 01
 *** เสาเฉลียงยักษ์ที่ปรากฏอยู่ในพื้นที่บ้านผาชัน ตำบลสำโรง อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ***

เส้นทางและการเดินทาง
        1)  หากเดินทางโดยรถยนต์มาจากอำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ผู้สนใจสามารถใช้เส้นทาง 2337 (โพธิ์ไทร-ปากบ้อง) แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทาง 2112 เดินทางอีกประมาณ 20 กิโลเมตร  จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทาง 4112 แล้วเดินทางต่ออีกประมาณ 3 กิโลเมตร เสาเฉลียงจะอยู่ทางขวามือ ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาเส้นทางให้เป็นถนนคอนกรีต รถยนต์และรถจักรยานยนต์สามารถเข้าไปได้ถึงลานหินที่ใกล้เสาเฉลียงยักษ์มากขึ้น ทำให้ผู้สนใจหรือนักท่องเที่ยวมีเวลาในการเดินชมทัศนียภาพก่อนชมประติมากรรมเสาเฉลียงได้นานขึ้น
        2)  หากเดินทางโดยรถยนต์มาจากอำเภอโขงเจียม  ผ่านทางอุทยานแห่งชาติผาแต้มและอำเภอศรีเมืองใหม่ ปลายทางตรงไปทางอำเภอโพธิ์ไทรตามเส้นทาง 2112  ก่อนถึงบ้านสำโรง 6 กิโลเมตร ให้เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางสาย 4112  จากนั้นเดินทางต่ออีก 3 กิโลเมตร จะพบอาคารศูนย์อำนวยการอุทยานธรณีฯ สังเกตด้านขวามือมีถนนคอนกรีตให้เดินทางต่อไปอีก 500 เมตร  จะพบลานหินโดยเสาเฉลียงยักษ์จะอยู่ด้านขวามือ

 ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์

        เสาเฉลียงยักษ์  อยู่ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม  ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ออกไปทางอำเภอโพธิ์ไทรประมาณ 50 กิโลเมตร อยู่ใกล้บ้านผาชัน ตำบลสำโรง อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี [พิกัด 15.74428N, 105.4947E]

ด้านธรณีวิทยา 

        เป็นเสาเฉลียงคู่ขนาดใหญ่ที่อยู่แบบโดดๆ ไม่มีกลุ่มเสาเฉลียงอื่นๆอยู่ใกล้ เป็นการประกบอยู่ติดกันของเสาเฉลียง 2 ต้น
        1) ต้นที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  เป็นเสาเฉลียงต้นใหญ่ที่สุด ส่วนที่เป็นลำต้นมีขนาดความสูง 7 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 23.7 เมตร ส่วนด้านบนที่เป็นแผ่นหินลักษณะหมวก หรือร่มคล้ายดอกเห็ด มีความหนา 3.6 เมตร
        2) ต้นที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นเสาเฉลียงต้นขนาดรองลงมา ส่วนที่เป็นลำต้นมีขนาดความสูง 7.2 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 17.8 เมตร ส่วนด้านบนที่เป็นแผ่นหินลักษณะหมวกหรือร่มคล้ายดอกเห็ด มีความหนา 2.8 เมตร     
        เสาเฉลียง 2 ต้นนี้ ตั้งอยู่อย่างต่อเนื่องบนฐานหินทรายที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 35.2 เมตร โดยความสูงของฐานหินทราย วัดได้ที่ระดับ 3.3 เมตร  นอกจากนี้ที่เสาเฉลียงทั้ง 2 ต้น ยังมี cross bedding ที่มากกว่า 10 bed  แทรกสลับกับหินทราย ที่มี Cross bedding ที่มีความหนา 15-50 ซม. [*2 แหล่งธรณีวิทยาประเภทแหล่งธรณีสัณฐาน]

z01 z02 z03
z04 z05 z08
*** ภาพแสดงลักษณะชั้นหินของเสาเฉลียง ***

        เสาเฉลียงยักษ์นี้  *1 จัดอยู่ในแหล่งธรณีสัณฐานประเภทภูมิประเทศแปลกตา  เป็นหินทรายในหมวดหินภูพาน กลุ่มหินโคราช  ซึ่งประกอบด้วยหินทราย  ขนาดเม็ดหยาบปานกลางถึงหยาบ  แสดงการวางชั้นเฉียงระดับ
        ลักษณะทางกายภาพของหินบริเวณนี้  แสดงให้เห็นถึงการสะสมตะกอนของกรวดและทรายที่ถูกพัดพามาโดยแม่น้ำขนาดใหญ่แบบทางน้ำประสานสายและแบบทางน้ำโค้งตวัดในสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนชื้น เป็นการสะสมตัวในยุคครีเทเชียสตอนปลาย  (ประมาณ 97-65 ล้านปีก่อน)
        เสาเฉลียง  เป็นผลจากการยกตัวของเปลือกโลกหลังตะกอนแข็งตัวเป็นหินความเค้นและความเครียดระหว่าการยกตัวทำให้ชั้นหินแตกตัว เพื่อให้พ้นจากภาวะแรงกดดันทำให้เกิดแนวแตก (joint) ซึ่งจะขยายกว้างขึ้น เมื่อหน้าแนวแตกผุพังกับทั้งถูกกัดเซาะโดยน้ำผิวดินในบริเวณที่มีแนวแตกมากหินจะถูกกัดเซาะทำลายและพัดพาออกไปได้ง่ายขึ้น ชั้นหินทรายที่มีความคงทนต่อการพุพังและการกร่อนที่แตกต่างกันก็จะมีการผุกร่อนได้ไม่เท่ากัน ส่วนที่สึกกร่อนง่ายจะคอดเว้าเข้า ส่วนที่ทนทานต่อการผุกร่อนจะเป็นชะง่อนยื่นออกมาเป็นแนวบนยอดรูปร่างคล้ายดอกเห็ด

02 02
*** แสดงพื้นที่ลานหินแตก ที่ปรากฏให้เห็นใกล้เคียงกับกลุ่มเสาเฉลียงที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี ***

02 03
*** แนวแตก (joint) ซึ่งจะขยายกว้างขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ที่ลานหินแตกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ***

02 04
*** กลุ่มเสาเฉลียงที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี ***

02 05
*** แนวแตก (joint) ห่างจากบริเวณเสาเฉลียงยักษ์ออกไปราว 300-400 เมตร แสดงการยกตัวที่ทำให้ชั้นหินเกิดการแตกตัว เพื่อให้พ้นจากภาวะแรงกดดัน ***

02 06
   *** ระดับความสูงของลานหินแตกใกล้เสาเฉลียงยักษ์เป็นระดับความสูงเดียวกันกับแผ่นหินส่วนบน หรือส่วนดอกเห็ดของเสาเฉลียงยักษ์ที่บ้านผาชัน ตำบลสำโรง อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ***

ด้านธรรมชาติวิทยา
        ในจังหวัดอุบลราชธานี มีปรากฏเสาเฉลียงให้เห็นหลายที่ด้วยกันทั้งที่ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติผาแต้มที่ผาชะนะได ที่วัดถ้ำผานางคอย หรืออื่นๆ อีกหลายที่แต่เสาเฉลียงยักษ์ที่บ้านผาชันนี้ มีลักษณะเด่นตรงที่เป็นเสาหินขนาดใหญ่สองต้นติดกัน ด้านบนของส่วนเสาเป็นก้อนหินหรือแผ่นหินขนาดใหญ่คล้ายดอกเห็ด วัดโดยรอบโคลนเสาได้กว่า 36 เมตร รอบๆบริเวณเสาเฉลียงยักษ์เป็นเนินหินโล่งกว้าง ทำให้สถานที่แห่งนี้แวดล้อมไปด้วยพันธุ์ไม้หลากชนิดให้ชื่นชมนั้นเพราะเป็นผืนป่าเบญจพรรณ จึงไม่แปลกเลยที่จะมีพืชพรรณแปลกตาหายากหลายชนิดปรากฏให้เห็นเป็นอีกความสวยงามหนึ่งที่สัมผัสได้
        เนินหินอันเป็นที่ตั้งของเสาเฉลียงยักษ์นี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ก็เป็นลานหินสลับกับป่าเต็งรัง รายล้อมพื้นที่ด้วยต้นไม้ซึ่งส่วนใหญ่ที่พบได้แก่ ไม้รัง ยางเหียง รักใหญ่ กระบก ตะแบกเลือด พุดผา และเหมือด เป็นต้น นอกจากนี้บริเวณลานหินยังสามารถพบดอกไม้ป่าหรือพืชกินแมลงได้ เช่น ดอกทิพเกสร สร้อยสุวรรณา จอกบ่วาย เป็นต้น
        การเที่ยวในแต่ละช่วงฤดูจะมีความแตกต่างกันไป นั่นคือถ้ามาเที่ยวในช่วงฤดูร้อนต้นไม้จะผลัดใบแตกยอดออกมาใหม่ทำให้เกิดสีสันของป่าเป็นป่าเปลี่ยนสีเป็นธรรมชาติและความสวยงามของป่าเต็งรังที่ชวนให้น่าศึกษา แต่ถ้าหากมาศึกษาหรือเที่ยวชมในฤดูฝนหรือหน้าหนาวป่าก็จะมีความเขียวสดใสแลดูแล้วสดชื่น บริเวณด้านบนของจุดชมวิวเสาเฉลียง ผู้มาเยี่ยมชมสามารถมองเห็นได้ไกลถึงแม่น้ำโขง มองเห็นแนวพื้นที่ป่าโดยรอบอันเป็นที่ราบสลับเนินเขา
      

02 07
    *** การติดกันของเสาเฉลียงขนาดใหญ่สองต้น เป็นจุดสำคัญที่ทำให้เสาเฉลียงยักษ์ที่บ้านผาชัน ตำบลสำโรง อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี  กลายเป็นเสาเฉลียงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ***

ด้านอารยธรรม

       ที่เนินหินห่างจากบริเวณฐานของเสาเฉลียงยักษ์ทางด้านทิศตะวันตกยังมีร่องรอยทางโบราณคดี ได้แก่ โลงศพไม้เก่าแก่ ขนาดความยาวประมาณ 2 เมตร ซึ่งเชื่อว่าเป็นของมนุษย์ยุคโบราณ จึงยิ่งทำให้เสาเฉลียงและบริเวณโดยรอบเสาเป็นสถานที่สำคัญที่ชาวบ้านพากันนับถือมาเคารพสักการะแต่อดีตจนถึงปัจจุบันชาวบ้านและผู้นำชาวบ้านมีความเชื่อว่ามีดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่ในที่แห่งนี้ อันเป็นวิญญาณของเจ้าเมืองรวมไปถึงทหารกล้าประจำอยู่ที่นี่ ดังจะปรากฏเห็นมีฝูงผึ้งบินอยู่ที่เสาและรอบๆบริเวณเสา ทำให้เราไม่เห็นมีใครไปรบกวนผึ้งที่อยู่บริเวณเสานั้น นอกจากนี้ในทุกๆวันพระ 14 และ15 ค่ำ ชาวบ้านมักจะมาประกอบพิธีบูชาเสาและถ้ำโลงนี้เพื่อให้ชาวบ้านอยู่ดีมีสุข หากมีผู้ใดเข้ามาอาศัยในหมู่บ้านจะต้องมีการบอกกล่าวเจ้าเสาเฉลียงก่อน เช่นเดียวกันถ้าคนในหมู่บ้านจะไปประกอบอาชีพทำมาหากินที่อื่นก็จะต้องมาบอกกล่าวขอพรกับเจ้าเสาเฉลียงเช่นกัน

02 08
*** ภูโลง เป็นชื่อเรียกของที่ตั้งของโลงศพไม้เก่าแก่ขนาดความยาวประมาณ 2 เมตร  เชื่อว่าเป็นของมนุษย์ยุคโบราณ ***

02 09

*** วิดีโอแนะนำเสาเฉลียงยักษ์ บ้านผาชัน ตำบลสำโรง อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ***




เอกสารอ้างอิง
กรมทรัพยากรธรณี. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. การจำแนกเขตเพื่อการจัดการด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี จังหวัดอุบลราชธานี, 2553.
กรมทรัพยากรธรณี. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. แหล่งธรณีวิทยาประเภทแหล่งธรณีสัณฐาน. ผลสำรวจทางธรณีวิทยา จังหวัดอุบลราชธานี, 2558.
กรมทรัพยากรธรณี. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. เอกสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์อุทยานธรณีผาชัน-สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธาน, 2559.
พิเชษฐ์  จันทรทิพรักษ์. รายงานการจัดทำระบบฐานข้อมูลแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยา, ธรณีสันฐานประเภทธรรมชาติแปลกตา, อุทยานแห่งชาติผาแต้ม, 2558.
สุวภาคย์  อิ่มสมุทร. รายงานวิจัยเรื่องลำดับชั้นหินและลักษณะเนื้อหินของหมวดหินเสาขัว บริเวณเสากำแพง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ๋ฝั่งตะวันออก. กรมทรัพยากรธรณีม 2540.