ผาแต้ม

 

01

01 text head

        ผาแต้ม เป็นจุดชมวิวอีกจุดหนึ่งที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวท่านใดที่ไม่สามารถเดินทางขึ้นที่ชมที่ผาชะนะไดได้ บริเวณจุดชมวิวนอกจากจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นแล้วยังเห็นแนวเทือกเขาของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวสูงต่ำสลับกันไป เมื่อมองจากยอดเขาลงมาด้านล่างจะเห็นแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่กันแนวเขตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านของสองประเทศทั้งการประมง การทำนา การปลูกมัน  ถ้าหากมองตามแนวหน้าผาจะเห็นผืนป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์อยู่นั้นคือ ป่าเต็งรัง ถ้ามาท่องเที่ยว ในช่วงหน้าแล้งจะพบกับความสวยงามป่าเปลี่ยนสี ถ้ามาเที่ยวช่วงหน้าฝนก็จะพบกับผืนป่าสีเขียวสดใสดูแล้วสดชื่น พื้นที่ป่าส่วนใหญ่ที่พบเห็นจะเป็นป่าเต็งรังมีไม้เด่นๆ ได้แก่ ไม้เต็ง ไม้รัง รักใหญ่ กระบก และตะแบกเลือด เป็นต้น  นอกจากนี้ที่บริเวณลานหินยังพบดอกไม้ป่าจำพวกดอกมณีเทวา ทิพเกสร  สร้อยสุวรรณา และดอกหญ้าสีสันสวยงาม  ที่สำคัญบริเวณใต้หน้าผาแห่งนี้ยังมีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ อายุ 3,000 – 4,000 ปี ที่มีเรื่องราวหรือพิธีกรรมต่างๆ ของคนสมัยก่อนไว้ให้คนในปัจจุบันได้ศึกษา ภาพเขียนสีดังกล่าวมีทั้งหมด 4 กลุ่ม และมีภาพเขียนสีมากกว่า 300 ภาพ

event00 รูปที่ 1  ภาพแสดงจุดชมวิวที่ผาแต้ม ซึ่งอยู่ด้านบนของภาพเขียนสีโบราณ 3000 ปี ที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม

เส้นทางและการเดินทาง  
        1)  จากอำเภอโขงเจียมใช้เส้นทาง 2134 แล้วแยกขวาเข้าเส้นทาง 2112 ไปตามป้ายบอกระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร จะมีทางแยกให้เลี้ยวขวามือไปผาแต้มระยะทาง 5 กิโลเมตร
        2)  จากกรุงเทพฯ สู่อุบลราชธานีระยะทาง 629 กิโลเมตร จากนั้นใช้เส้นทางหมายเลข 217 เดินทางต่อมายังอำเภอพิบูลมังสาหาร ใช้เส้นทางหมายเลข 2222 มายังอำเภอโขงเจียม จากโขงเจียมใช้ เส้นทางหมายเลข 2112 มายังผาแต้ม ระยะทางจากโขงเจียม - ผาแต้ม 19 กิโลเมตร

ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ 

        อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ที่บ้านกุ่ม ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี พิกัด (WGS84) 0554599E 1702375N ระหว่างอำเภอโขงเจียม (6139 IV) ขอบเขตของแหล่งโดยประมาณมีความยาว 700 เมตร 

01 002

รูปที่ 2  ภาพแสดงเส้นทางผ่านป้อมยามและจุดจำหน่ายบัตรเข้าเยี่ยมชมพื้นที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม

01 003

รูปที่ 3  ภาพแผ่นหินขนาดใหญ่ถูกใช้เป็นลานจอดรถใกล้ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบนพื้นที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม

ด้านธรณีวิทยา
        ผาแต้มมีลักษณะเด่นตรงที่เป็นหน้าผาสูงชันอยู่ริมแม่น้ำโขง โดยมีความน่าสนใจเกี่ยวกับรอยต่อของหินในหมวดหินเสาขัว และหมวดหินภูพาน เพราะลักษณะทางกายภาพที่ปรากฏมีทั้งหมวดหินภูพานและหมวดหินเสาขัว

01 004

รูปที่ 4  ภาพแผ่นหินด้านบนซึ่งเป็นหมวดหินภูพานที่อยู่ชั้นบนชั้นหินหมวดหินเสาขัว บนพื้นที่จุดชมวิวผาแต้ม

01 014

รูปที่ 5 ภาพหินด้านล่างซึ่งเป็นหมวดหินเสาขัวที่อยู่ใต้แผ่นหินหมวดหินภูพานที่อยู่ด้านบนใกล้จุดชมภาพเขียนสี อายุราว 3000 - 4000 ปี ที่ผาแต้ม

        ผาแต้มมีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันยื่นทอดตัวออกไปในอากาศ ตอนบนของหน้าผาเป็นชั้นหินทรายที่ทนทานต่อการกร่อนและการผุพังดีกว่าชั้นหินทรายตอนล่างของหน้าผา ลานหินทรายและหินทรายปนกรวดอายุประมาณ 135 - 100 ล้านปีมาแล้ว ผาแต้มเป็นหินของกลุ่มหินโคราช ประกอบด้วย 2 หมวดหิน ได้แก่ หมวดหินเสาขัววางตัวในตอนล่าง และหมวดหินภูพานวางตัวในตอนบน โดยหมวดหินเสาขัวพบบริเวณที่เป็นหน้าผา ประกอบด้วยหินทราย หินทราย แป้งเนื้อ ปูนประสาน และหินโคลน ส่วนหมวดหินภูพานจะพบบริเวณลานหินและชะง่อนผา ประกอบด้วย หินทราย หินทรายเนื้อ กรวด และหินกรวดมน การวางชั้นเฉียงระดับ ผาแต้มเกิดจากการยกตัวของเปลือกโลกหลังตะกอนแข็งตัวเป็นหิน เกิดการคดโค้ง รอยแตก และแนวรอยเลื่อน ซึ่งเป็นช่องทางให้น้ำไหลผ่าน ช่วงแรกมีการกัดเซาะในแนวดิ่งมากกว่าแนวราบ เมื่อระยะเวลาผ่านไปหลายล้านปี ทางน้ำได้พัฒนาเป็นแม่น้าโขงกัดเซาะลึกลงไปพร้อมกับเกิดการกัดเซาะส่วนล่างขยายออกไปในแนวราบมากกว่าแนวดิ่ง การกัดเซาะทีละน้อยๆ ส่วนที่ถูกกัดเซาะจะถูกทำลายและพัดพาออกไป ทำให้ชั้นหินเกิดการพังทลายลงมา ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาของยุคควอเทอร์นารี (ประมาณ 1.8 ล้านปีมาแล้ว - ปัจจุบัน) ริมหุบเขาเกิดเป็นหน้าผา ดังที่เห็นได้ในปัจจุบัน

การกำเนิด
        
ผาแต้มมีลำดับการเกิดตามลำดับดังนี้                                
        1.จากอิทธิพลการชนกันของแผ่นทวีปฉานไทยชนกับแผ่นทวีปอินโดจีนในช่วงเพอร์เมียนตอนปลายถึงไทรแอสซิกตอนปลาย ทำให้เกิดแรงอัดแรงบีบบริเวณพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อเนื่องไปยังประเทศลาวเป็นผลทำให้เกิดการยกตัวของแผ่นเปลือกโลก (uplift) กำเนิดเป็นที่ราบสูงโคราช ทั้งนี้พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกือบทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยกลุ่มหินโคราช (Khorat Group) ซึ่งเป็นหินตะกอนที่สะสมตัวบนทวีปในช่วงมหายุคมีโซโซอิก (Mesozoic Era) ซึ่งอยู่ในช่วง 65 - 250 ล้านปีมาแล้ว ทำให้ส่วนใหญ่ที่พบเป็นหินทราย หินทรายแป้ง และหินดินดาน ชั้นหินมีการเอียงเทเฉลี่ยประมาณ 10 องศา ในส่วนของพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีประกอบด้วย หินตะกอนอายุ 66 ถึง 210 ล้านปี [ยุคครีเทเชียส (Cretaceous Period) ถึง จูแรสซิก (Jurassic Period)] และตะกอนร่วนอายุที่มีอายุ 1.6 ล้านปี จนถึงปัจจุบัน [ยุคควอเทอร์นารี (Quaternary Period) ถึง ปัจจุบัน] เป็นส่วนใหญ่        
        2.บริเวณผาแต้มและพื้นที่บริเวณฝั่งลาวเดิมเป็นแผ่นดินเดียวกัน แต่เนื่องจากอิทธิพลของทางน้ำเก่าแก่ที่มีมานานแล้วไหลไปตามแนวรอยแตกของชั้นหิน (แม่น้ำโขงในปัจจุบัน) ไหลกัดเซาะหินชั้นบนในหมวดหินภูพานที่มีลักษณะเนื้อแข็งพอสมควร และกัดเซาะหินชั้นต่อมาคือหินในหมวดหินเสาขัวที่มีลักษณะเนื้อไม่แข็งมาก
        3.เมื่อเวลาผ่านไปแม่น้ำโขงไหลกัดเซาะชั้นหินลึกลงไปเรื่อยๆ อีกทั้งมีการผุพังและกัดกร่อนจากทางน้ำและลมทำให้เกิดเป็นลักษณะผาแต้มในปัจจุบันที่มีความสูงชัน   

ด้านอารยธรรม
        ภาพเขียนสีโบราณ อายุ 3,000  ปี : ธรณีวิทยากับอารยะธรรมโบราณ คำว่า "แต้ม" ในภาษาถิ่นดั้งเดิมหมายถึง รอยวาด ระบาย ประทับ หรือการกระทำด้วยประการใดๆ โดยใช้สีให้ปรากฏเป็นรูปภาพ เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ต่างๆ ในวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 ศรีศักร วัลลิโภดม และ พรชัย สุจิตต์ แห่งภาควิชามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดเผยว่าได้ค้นพบภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์ ขนาดยาวประมาณ 200 เมตร ที่หน้าผาริมแม่น้าโขง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ต่อมาได้มีการสารวจศึกษาเพิ่มเติม เป็นแหล่งที่พบภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์ อายุราว 3,000 - 4,000 ปีแบ่งออกได้ 4 กลุ่ม และมีภาพมากกว่า 300 ภาพ นับเป็นกลุ่มภาพเขียนสีโบราณที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ลักษณะของภาพแบ่งได้เป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ ภาพฝ่ามือ ภาพสัตว์ ภาพคน ภาพวัตถุสิ่งของเครื่องใช้และภาพรูปทรงเรขาคณิต และกลุ่มภาพเขียนสีกลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มภาพเขียนสีที่มีความสมบูรณ์และกลุ่มนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมและถ่ายรูปมากที่สุด

01 005


       นอกจากนี้เรายังสามารถพบเจอภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติผาแต้มอีกไม่น้อยกว่า 10 แห่ง กระจายอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำโขง ในส่วนของกลุ่มภาพเขียนสีที่ผาแต้ม เป็นภาพเขียนสีที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และทางอุทยานฯ ได้ทำทางเดินจากหน้าผาด้านบนลงไปชมภาพเขียนสีเหล่านี้มีการเพิ่มป้ายบอกทาง เพื่อเพิ่มเติมในการสื่อความหมายภาพเขียนสีโบราณที่พบในกลุ่มภาพเขียนสีที่ผาแต้มจะเป็นภาพ สัตว์ เครื่องมือ เครื่องใช้ สัญลักษณ์ และคน ในที่นี้ได้จัดเป็น 4 กลุ่มภาพ

01 006

 

01 0101 03

 *** กลุ่มที่ 1 ***

01 0701 08

*** กลุ่มที่ 2 ***

01 0401 06

*** กลุ่มที่ 3 ***

01 1001 11

*** กลุ่มที่ 4 ***


     บริเวณใกล้เคียงพบกลุ่มเสาเฉลียง เป็นเสาหินธรรมชาติที่มีรูปร่างคล้ายดอกเห็ดมีความสูงต่างๆกัน แท่งที่สูงที่สุดสูงประมาณ 7 เมตร จากระดับพื้นหินที่แท่งหินตั้งอยู่ และแท่งหินอีก 3 แท่ง มีความสูงประมาณ 5 เมตร เกิดจากกระบวนการกัดเซาะและกัดกร่อนด้วยอิทธิพลของน้ำและลม เป็นการผุพังอยู่กับที่และการกร่อนของชั้นหินทรายและหินทรายปนกรวดที่มีความทนทานแตกต่างกัน ส่วนที่เป็นชั้นหินที่อ่อนกว่าจะถูกกัดกร่อนมากกว่าจึงหลงเหลือเป็นส่วนคล้ายโคนเห็ด ในขณะที่ชั้นหินส่วนที่แข็งกว่าจะถูกกัดกร่อนน้อยกว่าจึงหลงเหลือเป็นส่วนคล้ายดอกเห็ดวางแปะอยู่ด้านบน โดยการผุพังที่เกิด
บริเวณนี้อาจเกิดจากการขยายตัวและหดตัวของชั้นหิน เมื่อถูกอากาศร้อนในเวลากลางวัน และอากาศเย็นในเวลากลางคืน ทำให้ชั้นหินเกิดรอยแตกและรอยแยกขึ้นหรือการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก อาจเกิดรอยแตกและรอยแยกในชั้นหิน ซึ่งแนวรอยแตกมักจะเป็นแนวที่มีความทนทานต่อการกัดเซาะทางธรรมชาติในระดับต่ำ ในเวลาต่อมาแนวเหล่านี้จึงเป็นแนวทางน้ำไหลก่อให้เกิดการกัดเซาะในแนวดิ่งและแนวราบ ชั้นหินที่ว่าแข็งแกร่งก็ถูกกัดกร่อนและกัดเซาะทีละน้อยเป็นเวลาอันยาวนานนับเป็นแสนปี ล้านปี ส่วนที่แข็งจะยังคงเหลืออยู่เป็นเสาเฉลียงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

01 007

ด้านหลังมีรอยแยกของหินหมวดหินภูพานขนาดใหญ่  (ลานหินแตก)

01 008

 

สถานที่สำคัญที่อยู่ใกล้และสังเกตได้จากผาแต้ม      

จุดชมวิวผาแต้ม

event00

     จุดนี้เราจะเห็นแนวหน้าผาที่ทอดยาวขนานกับแม่น้ำโขง เป็นจุดที่ซ่อนเรื่องราวประวัติศาสตร์ไว้ด้านล่างให้คนในปัจจุบันได้ศึกษาค้นคว้า และเรียนรู้เรื่องราววิถีชีวิตของคนสมัยก่อน ที่มีอายุราว 3,000 ถึง 4,000 ปี ก่อนประวัติศาสตร์จนได้ชื่อว่า "ผาแต้ม" ซึ่งหน้าผาที่ทอดยาวนั้นจะแบ่งออกเป็น 4 จุดคือ ผาขาม ผาแต้ม ผาหมอน และผาหมอนน้อย ในแต่ละผามีเรื่องเล่าของภาพเขียนสีที่แตกต่างกันออกไป นอกจากนั้นตามแนวหน้าผายังมีสิ่งที่เป็นประวัติศาสตร์ให้น่าศึกษา เรียนรู้ สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นภายใต้หน้าผานั้นคือ ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ที่คนสมัยก่อนได้เล่าเรื่องราวในอดีตให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษาวิถีชีวิตของคนในอดีตอีกด้วย

ป้ายผาแต้ม

01 009


     จุดนี้จะเป็นป้ายชื่ออุทยานแห่งชาติผาแต้มและจะมีภาพเขียนสีภาพทุ่งดอกไม้งามตามรอยเสด็จให้สำหรับคนที่เดินไม่ไหวหรือคนพิการได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ซึ่งในจุดนี้ยังสามารถเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าที่สวยงามอีกจุดหนึ่งในตอนเช้าเราจะเห็นแสงพระอาทิตย์ กระทบกับแม่น้ำโขงเกิดแสงสะท้อนที่สวยงาม นอกจากนั้นเราจะเห็นแนวเทือกเขาสูงต่ำสลับกันไปรวมทั้งพื้นที่ป่าของทั้งสองประเทศ และยังสามารถมองเห็นแม่น้ำโขงที่ยาวจนสุดสายตาซึ่งเป็นพรมแดนที่กั้นระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งในช่วงหน้าแล้งเราจะเห็นเกาะแก่งเกิดขึ้นตรงกลางแม่น้ำโขง อีกทั้งยังมองเห็นพื้นที่ทำการเกษตรและการทำการประมงของชุมชนที่ติดกับแม่น้ำโขงอีกด้วย

มุมสูงของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

01 003


       
มุมสูงของศูนย์บริการนักท่องเที่ยวจะเห็นพื้นที่รอบๆบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวซึ่งจะมีลานจอดรถ สิ่งอำนวย ความสะดวก ห้องน้ำ-ห้องสุขา ศาลาพักผ่อน ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก ทางด้านซ้ายมือจะเห็นแม่น้ำโขงยาวสุดสายตา ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และแนวเทือกเขาทั้งสองประเทศสูงต่ำสลับกันไปทั่วพื้นที่ นอกจากนั้นยังเห็นสภาพป่าเต็งรังที่เปลี่ยนสีในช่วงหน้าแล้งสลับกับลานหิน สภาพพื้นลานจอดรถของอุทยานแห่งชาติผาแต้มยังคงความเป็นเอกลักษณ์ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงยังใช้ลานหินแบบเดิมๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวบางท่านก็ว่าลำบาก บางท่านก็ว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวน่าจดจำ

ภาพเขียนสีโบราณ

01 016
       
          1.ทางลงชมภาพเขียนสี จุดนี้เป็นบริเวณทางลงชมภาพเขียนสีถ้าเราเดินมาจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประมาณ 200 เมตร เราจะพบกับตัวตุ๊กตาภาพเขียนสี 1 ตัวยืนท้าวสะเอวอยู่  และมีป้ายบอกทางลงชมภาพเขียนสีโดยบริเวณรอบๆ ทางลงจะเป็นพื้นที่โล่งและเป็นลานหินขนาดกว้าง ซึ่งก็จะมีม้านั่งไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้นั่งพักผ่อน ถ้าเดินผ่านทางลงชมภาพเขียนสีไปอีกประมาณ 20 เมตร เราจะพบกับจุดชมวิวผาแต้มซึ่งเป็นจุดชมวิวที่เห็นแม่น้ำโขงไหลผ่านและเทือกเขาของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

01 005
      
      2.แผ่นหินสิรินธร เมื่อเราเดินตามบันไดลงมาเรื่อยๆ เราก็จะเจอแนวหน้าผาที่ตัดตรงตั้งฉากกับพื้นผิวโลกโดยมีหินอยู่ 2 ประเภทคือ หินทรายและหินดินดาน ซึ่งตรงจุดนี้เราจะได้เห็นแผ่นพระนามาภิไธยของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ที่พระองค์ทรงเสด็จเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 ทรงนำนักเรียนนายร้อย โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ามาศึกษาภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ผาแต้ม

01 013

        3. กลุ่มภาพเขียนสีผาขาม มีทางเดินลงมาจากลานผาแต้มประมาณ 30 เมตร จากนั้นเป็นทางราบริมหน้าผา เดินไปอีก 400 เมตร จึงจะถึงภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ กลุ่มที่ 1 (ผาขาม) หรือ ศิลปะถ้ำ คือ ศิลปะหรือภาพที่เกิดจากการวาด/เขียนเป็นสี และทำรูปรอยลงบนพื้นหิน มักพบตามถ้ำเพิงผา ผนังหิน ก้อนหิน ที่มักเรียกรวมๆ กันไปว่าถ้ำ จึงมักเรียกงานภาพเขียนถ้ำนี้ว่าศิลปะถ้ำ ศิลปะถ้ำที่สร้างขึ้นด้วย 2 เทคนิคใหญ่ๆ คือ 1. การลงสี หรือการสร้างภาพด้วยสีในวิธีต่างๆ เช่น วาดด้วยสีแห้ง เขียน หรือระบายเป็นรูป พ่นสี สะบัดสี การทาบ หรือทับ  2. การทำรูปรอยลงในหิน มีวิธีต่างๆ เช่น ฝน จาร ขูดขีด แกะหรือ ตอก ฯลฯ การใช้สีที่พบในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติผาแต้มเป็นสีแดง จะสัมพันธ์กับพิธีกรรมที่เกี่ยวกับความตาย เพราะตามแหล่งโบราณคดีหลายแห่งในประเทศไทยมักจะเป็นสีแดง หรือสิ่งของสีแดงในหลุมฝังศพ งานศิลปะที่ผาแต้มจึงอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมที่เกี่ยวกับความตายของผู้ตายในสมัยนั้น ภาพเขียนสีในอุทยานแห่งชาติผาแต้มที่พบและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในประเทศไทย โดยมีกลุ่มภาพเขียนทั้งหมด 4 กลุ่ม ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชื่อว่า "ศิลปะถ้ำ" สีที่คนในยุคนั้นใช้จะเป็นสีจากแร่ชนิดหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่า ฮิมาไทด์ หรือ หินเทศ ภาษาพื้นบ้านเรียกหินชนิดนี้ว่า  ดินลูกรัง ที่จริงแล้วก็คือหินทรายชนิดหนึ่ง มีชื่อหลักว่า หินทรายแดง จะพบได้ทั่วไปในพื้นที่ประเทศไทยและจะพบมากในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขาหินทราย หินทรายแดง ประกอบด้วยอนุภาคดินทรายแป้งที่มีความละเอียดมาก มีสีเทาปนแดง แร่ที่เป็นองค์ประกอบหลักคือแร่ควอตซ์ และแร่เหล็กที่เรียกว่า ฮิมาไทด์ (hematite) ภาพเขียนกลุ่มที่ 1 นี้เป็นกลุ่มภาพเขียนสีจุดแรกที่อยู่ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ศิลปะถ้ำอยู่ด้านใต้หน้าผาของผาขาม มีความสูงจากยอดเขาถึงทางราบแนวหน้าผา 260 เมตร ภาพเขียนสีกลุ่มที่ 1 นี้ อาจจะมองเห็นไม่ชัดเจนมากนัก ต้องสังเกตตามผนังหิน จะปรากฏภาพที่ระบายด้วยสีแดงออกคล้ำคล้ายสีน้ำหมาก ภาพที่ปรากฏคือ ภาพปลา ภาพสัตว์ 4 เท้า ที่ค่อนข้างเลือน จำนวน 1 ตัว คือ ภาพช้าง โดยมีเส้นตั้ง เส้นเฉียง และเส้นนอน วาดทับบนรูปภาพเหล่านั้น ลักษณะของภาพปลาจะเป็นการแสดงภาพแบบโครงสร้างภายในหรือเรียกว่าภาพเอกซเรย์ ขนาดของภาพจะแตกต่างกันไป ภาพค่อนข้างลบเลือนไปมากแล้วเหลือเพียงร่องรอยคล้ายภาพก้างปลาและลายเส้นทึบหยักไปมาคล้ายคลื่นน้ำ

01 015

        4. กลุ่มภาพเขียนสีผาแต้ม จากผาขามเดินไปอีก 300 เมตร ก็จะถึงภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ กลุ่มที่ 2 (ผาแต้ม) เป็นภาพเขียนสีกลุ่มที่ใหญ่อยู่ห่างจากเขียนกลุ่มผาขาม 300 เมตร ภาพเขียนสีในจุดนี้เป็นกลุ่มภาพเขียนสีที่มีขนาดใหญ่และยาวถึง 180 เมตร มีหลากหลายแบบทั้งภาพคน สัตว์ และอื่นๆกว่า 300 ภาพ ปะปนกัน บางภาพก็ซ้อนทับกันอยู่ ภาพที่พบในจุดนี้จะมีลักษณะสามารถแยกประเภทได้ชัดเจน ใช้สีแดงเป็นส่วนใหญ่ มีการใช้เทคนิคทั้งการลงสีและการทำรูปรอยลงในเนื้อหิน ลักษณะเด่นของกลุ่มภาพเขียนสีที่ผาแต้มนี้จะเป็นภาพของฝ่ามือมนุษย์ แบบทึบ และแบบโปร่ง ภาพสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำ ภาพเขียนที่เป็นสัตว์บก เช่น ช้าง วัว หมา และภาพเขียนสีที่เป็นสัตว์น้ำ เช่น เต่าหรือตะพาบ ปลาบึก (ซึ่งเป็นสัตว์ ที่มีขนาดใหญ่ที่พบในลำน้ำโขง) ลักษณะของการวาดภาพมีทั้งการวาดโครงร่างและการระบายสีทึบ ภาพสัตว์ต่างๆที่ปรากฏอยู่นี้ควรเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของมนุษย์ในยุคนั้น

การสร้างภาพเขียนสีสร้างโดย 2 เทคนิคใหญ่ๆ คือ

  1. การลงสี (Pictograph) หรือการสร้างภาพด้วยสีในวิธีต่างๆ เช่นวาดด้วยสีแห้ง (Drawing Withdraw Pigment) เขียนหรือระบายเป็นรูป
    (Painting) พ่นสี (Stenciling) สะบัดสี (Paint Splattering) การทาบหรือทับ (Imprinting)
  2. การทำรูปรอยลงในหิน มีวิธีต่างๆ เช่นฝนจารขูดขีด แกะหรือ ตอก ฯลฯ การใช้สีที่พบจะเป็นสีแดงจะสัมพันธ์กับพิธีกรรมที่เกี่ยวกับความตาย เพราะตามแหล่งโบราณคดีหลายแห่งในประเทศไทย มักจะพบสีแดงหรือสิ่งของสีแดงในหลุมฝังศพงานศิลปะที่ผาแต้มจึงอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมที่เกี่ยวกับความตายของผู้ตายในสมัยนั้น ภาพเขียนสีในอุทยานแห่งชาติผาแต้มที่พบและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทยมีทั้งหมด 4
    กลุ่มตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติชื่อว่าศิลปะถ้ำ สีที่คนในยุคโบราณมักใช้ในการวาดคือ หินเทศ ที่จริงแล้วก็คือ หินทรายชนิดหนึ่งมีชื่อหลักว่าหินทรายแดง จะพบได้ทั่วไปในพื้นที่ประเทศไทย และจะพบมากในพื้นที่ภาคอีสานซึ่งเต็มไปด้วยภูเขาหินทราย หินทรายแดงจะประกอบด้วยอนุภาคดินทรายแป้งที่ความละเอียดมาก สีเทาปนแดง แร่ที่เป็นองค์ประกอบหลักคือ แร่ควอตซ์และแร่เหล็ก ที่เรียกว่า hematite คนในยุดก่อนรู้จักนำเอาหินทรายแดงมาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะตามแหล่งภาพเขียนสีโบราณจะพบว่ามีการนำเอาหินทรายแดงหรือหินเทศมาใช้เป็นวัตถุดิบในการวาดภาพตามผนังถ้ำตามหน้าผาหรือวาดลงบนเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ

event18

       5. กลุ่มภาพเขียนสีผาหมอนน้อย ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ กลุ่มที่ 3 (ผาหมอนน้อย) เมื่อนักท่องเที่ยวเดินตามเส้นทางเรียบหน้าผาถัดจากกลุ่มภาพเขียนสีกลุ่มที่ 2 ผาแต้ม ประมาณ 860 เมตร ตามเส้นทางจะมีป้ายสื่อความหมายธรรมชาติ ตามเส้นทางศิลปะถ้ำและท่านจะพบภาพเขียนสีกลุ่มที่ 3 ผาหมอนน้อย เป็นภาพคนสูงประมาณ 1.6 เมตร กำลังเหนี่ยวคันธนูเล็งไปยังสัตว์สี่ขา อาจเป็นวัวท้อง ลำตัวยาวประมาณ 6.4 เมตร ภาพคนสูงประมาณ 1.2  เมตร กำลังไล่สัตว์สี่ขามีเขา อาจเป็นกวางที่บุกรุกเข้าไปในนาข้าว ซึ่งรอบๆภาพกลุ่มนี้มีภาพมือซ้ายและมือขวาประมาณ  20 จุด ทำขึ้นโดยการทาสีบนฝ่ามือแล้วขูดสีบางส่วนที่นิ้วและฝ่ามือออก แล้วจึงทาบมือลงบนผนัง ถัดมาเป็นภาพสัตว์สี่ขา 3 ตัว ลักษณะคล้ายตั้งท้องเช่นกันกับภาพลายเส้นคล้ายตาข่ายดักสัตว์ นอกจากนี้ก็มีภาพลายเส้นคู่ขนานต่อกันและภาพมือที่มีลักษณะเช่นเดียวกับกลุ่มแรกประมาณ 15 จุด เรียงกันเป็นแถวยาวกับลายเส้นหยักขึ้นลงวกไปมา ภาพคนและสัตว์ระบายด้วยสีแดงแบบเงาทึบ (silhouette)

event20

       6. กลุ่มภาพเขียนสีผาหมอน ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ กลุ่มที่ 4 (ผาหมอน) ภาพที่ปรากฏตามผนังหน้าผาจะมีภาพที่เขียนไว้สูง ประมาณ 6 เมตร ภาพที่ปรากฏเป็นลักษณะลายเส้นที่ขีดเป็นเส้นตรงและจัดเป็นกลุ่มแบบรัศมีครึ่งวงกลม แสดงถึงการดำรงชีวิตโดยเพาะปลูกธัญพืชชนิดหนึ่งที่เหมือนข้าวแบบนาเมือง เมื่อเดินตรงไปอีก 20 เมตร ท่านก็จะพบภาพเขียนสีที่เขียนเป็นรูปเรขาคณิตสีแดง เป็นเส้นคู่ต่อกันเป็นตาข่ายหรือตารางบนแท่นหินติดกับผนังที่ยื่นออกมาจากผนังสูง 3 เมตร เมื่อท่านสังเกตจะเห็นคราบสีเขียวแมละไคท์ (MALA- CHLTE) ฉาบอยู่ที่รอยแยกของหินทราย ระหว่างแนวคราบสีเขียวมีภาพมือมีภาพกลุ่มสัตว์ วัว ควาย ภาพคนถืออาวุธคล้ายธนูอยู่ในทุ่งหญ้าหรือนาข้าว ภาพมือและภาพลวดลายเรขาคณิตสะท้อนถึงการเป็นแหล่งชุมชน เกษตรกรรมเพาะปลูกข้าวเก่าแก่ของโลก
       เป็นที่น่าสังเกตว่าภาพเขียนสีที่ผาแต้มและผาหมอนน้อยนี้ ภาพทุกประเภทมีความสัมพันธ์กันเป็นเรื่องราวเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นภาพคนกับวัวกับภาพมือ ภาพปลากับมือ ภาพตุ้มกับมือ และสัญลักษณ์ภาพทุ่งนากับคนกับกวางกับมือ ภาพคนกำลังล่าวัวหรือกวาง เหล่านี้จะเห็นได้ว่ามีภาพมือเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเสมออาจหมายถึงการร่วมมือร่วมแรงกันทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น ร่วมกันจับปลา ทำการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์หรือล่าสัตว์ แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้วาดภาพเหล่านั้นว่าอยู่ในสังคมเกษตรกรรม และยังอาจหมายถึงการมีความเชื่อร่วมกันในเรื่องความอุดมสมบูรณ์อีกด้วย

ฤดูการท่องเที่ยว

         สามารถเข้าชมภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ที่ผาแต้มในตลอดปี  แต่หากนักท่องเที่ยวต้องการชมความงามของธรรมชาติทั่วบริเวณในช่วงฤดูฝนถึงฤดูหนาว ผาแต้มจะมีความเขียวชอุ่มและมีธารน้ำสวยระหว่างทางให้ได้พบเห็น และในช่วงฤดูหนาวจะได้เห็นความงามของทุ่งดอกหญ้าชนิดต่างๆ มากมาย

แนวคิดและข้อเสนอแนะที่ได้จากการสำรวจผาแต้ม

01 21 01 22 01 23
01 24 01 25
01 26 01 27


       
จากการสังเกตหลายครั้งที่ลงพื้นที่และเข้าสำรวจแหล่งทางธรณีที่ผาแต้มเราได้พบรอยร้าวที่นับวันมีมากขึ้น ในส่วนของชั้นรอยต่อของหินในหมวดหินเสาขัว และหมวดหินภูพาน มีการแตกร้าวและพังทลายลงบ่อยครั้ง ก้อนเล็กบ้าง ก้อนใหญ่ก็มี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ก็ได้เข้ามาช่วยเคลียร์พื้นที่และเก็บกรวดเพื่อความสะดวก ในการเดินชมของผู้มาท่องเที่ยวศึกษาคุณค่าทางธรณีวิทยาและอารยธรรมโบราณ ซึ่งเราก็ได้แต่หวังว่าผาแต้มที่มีภาพเขียนสีที่เรียงร้อยอารยธรรมโบราณไว้นี้จะไม่พังทลายลงมาอย่างหน้าผาที่บ้านท่าล้ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันออกไปนัก

หินร้าวที่เกิดจากการถล่มในบริเวณใกล้ๆของผาแต้ม

01 010

01 011

01 012

 

เอกสารอ้างอิง
        กรมทรัพยากรธรณี, 2550, ธรณีวิทยาประเทศไทย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาส พระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542 กรุงเทพฯ กรมทรัพยากรธรณี กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
        กรมทรัพยากรธรณี, 2554, แนวทางการจัดตั้งอุทยานธรณี, กรุงเทพ : กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 43 หน้า.
        กรมทรัพยากรธรณี, 2554, แนวทางบริหารจัดการแหล่งอนุรักษ์ธรณีวิทยาจังหวัดเลย, กรุงเทพ : กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 42 หน้า.